การเรียนต่อวิทยาลัยในอเมริกา

หลายๆ คนอาจจะมีคำถามเรื่องค่าเรียนว่าจ่ายค่าเรียนเรทไหน การจ่ายค่าเรียนในอเมริกานั้นแยกเป็นเรทเรซิเด้นหรือผู้อาศัยในเมืองนั้นๆ แต่ละที่มีกฎเกณฑ์แตกต่างกัน ต้องเข้าไปเช็คดูในแต่ละคอลเลจ บางที่นั้นคุณต้องทำงานและอาศัยอยู่ในเมืองนั้นๆ อย่างต่ำเป็นเวลา 1 ปี ถึงจะสามารถจ่ายได้ในเรทเรซิเด้น บางที่ก็ไม่จำเป็นต้องเช็คดู การจ่ายในเรทเรซิเด้นนั้นคุณต้องถือกรีนการ์ด หรือ permanent resident card หรือซิติเซ่น แต่กรณีคุณถือวีซ่านักเรียนค่าเรียนก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นกับแต่ละคอลเลจที่จะเป็นผู้พิจารณา

การเรียนใน community college แม้จะเป็นเพียงวิทยาลัยแต่คุณก็สามารถเรียนจบหางานทำได้และได้ค่าตอบแทนที่สูงได้เช่นกันขึ้นกับว่าคุณเรียนสายไหน ค่าเรียนก็จะถูกกว่าการเรียนในมหาวิทยาลัย การเลือกเรียนอะไรนั้น สำคัญที่การมองในกลุ่มตลาดแรงงานว่างานมีอัตราการเจริญเติบโตมากแค่ไหน สายงานกว้างมากแค่ไหน อย่างดิฉันเลือกเรียน occupational therapy assistant นั้น เพราะสายงานกว้าง สามารถทำที่โรงพยาบาล โรงเรียน คลีนิค บ้านพักคนสูงอายุ และที่อื่นๆ สังคมอเมริกาเป็นสังคมผู้สูงอายุปฏิเสธไม่ได้ว่าสายงานในกลุ่มการแพทย์และพยาบาลนั้นคุณไม่ตกงาน แต่ทั้งนี้ขึ้นกับว่าคุณเลือกเรียนอะไร เรียนไปแล้วคุณมีโอกาสหางานมากแค่ไหน ต้องพิจารณาสายงานและอัตราการจ้างงานในเมืองเป็นเกณฑ์ประกอบการตัดสินใจ

สังคมการเรียนในอเมริกานั้นเปิดกว้างให้กับทุกคน คุณจะเด็กหรือแก่คุณก็สามารถที่จะเรียนได้ ไม่มีใครมาบอกว่าคุณแก่เกินไปที่จะเรียนหรือเด็กเกินไป หลายๆคนที่กลับเข้าเรียนใหม่ในอายุที่มากขึ้น 50 ปี ก็มีเยอะแยะ บางกรณีก็กลับเข้าเรียนเพื่อเปลี่ยนสายอาชีพ อย่างเพื่อนที่เรียนโปรแกรมเดียวกันนั้น เค้าทำงานเป็นพยาบาลมา 15 ปี รู้สึกไม่ชอบในสายงาน เค้าก็กลับเข้าเรียนใหม่เพื่อเปลี่ยนอาชีพไปสู่อาชีพที่เค้าต้องการ ซึ่งในสังคมอเมริกาจะเป็นแบบนี้กันมาก และการหางานในอเมริกานั้นไม่มีการกำหนดอายุเหมือนอย่างที่ประเทศไทยเรา ที่นี่ทุกคนสามารถทำงานได้ไม่ว่าจะอายุมากแค่ไหน อยู่ที่ว่าคุณสามารถทำงานนั้นได้หรือไม่ อย่างแคชเชียร์ร้านขายยาที่ดิฉันเจอบ่อยๆ คือท่านอายุ 73 ปีแล้ว ยังทำงานอยู่เลย นั่นแสดงให้เห็นถึงการเปิดกว้างทางโอกาสด้านการทำงานและอาชีพ

ในเรื่องของการเรียน หลายๆ คนอาจจะกลัวและกังวลว่าหากเข้าไปเรียนแล้วตัวเองจะเรียนได้ไหม สมัครเรียนเข้าไปแล้วจะสามารถเรียนให้จบได้ไหมเพราะว่าไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ดิฉันบอกเลยนะคะว่าไม่ต้องกังวลค่ะ เมื่อคุณเรียนวิชาพื้นฐานแล้วคุณจะรู้ตัวคุณเองว่าคุณจะสามารถเรียนต่อในวิชาในโปรแกรมได้หรือไม่ เพราะหากคุณไม่ผ่านวิชาพื้นฐานคุณก็ไม่สามารถไปเรียนต่อในโปรแกรมได้ นอกเหนือจากนี้ทางวิทยาลัยจะมีติวเตอร์ด้านคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ไว้ช่วยดูแลคุณ ติวฟรีนะคะ ดิฉันตอนเริ่มเรียนวิชาคณิตศาสตร์ก็ติวตลอดไปหาติวเตอร์ให้ช่วย แม้แต่ตอนการเรียนภาษาอังกฤษด้านการเขียน ก็หาติวเตอร์ฟรี ดังนั้น ตัดข้อกังวลข้อนี้ออกไปค่ะ เพราะทางวิทยาลัยมีคนช่วยเหลือคุณค่ะ อยู่ที่คุณว่าจะต้องการความช่วยเหลือมากแค่ไหน

ส่วนในเรื่องของการเรียนด้วยทำงานด้วยได้ไหม หลายๆ คนกังวลเรื่องการจ่ายค่าเรียน ที่คอลเลจจะมีทุนฟรีให้เยอะค่ะหรือจะทำการกู้ยืมเพื่อการศึกษาก็ได้ แต่หลายๆ คนก็มองว่ากู้ไปแล้วจะจ่ายคืนยังไง หากคุณเรียนจบมาแล้วไม่เอาวุฒิมาดองไว้ แต่เอาวุฒิมาหางานทำคุณก็สามารถที่จะจ่ายคืนเงินกู้ยืมได้ค่ะ การกู้ยืมเรียนช่วยทำให้คุณเรียนจบเร็ว ย่นระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเรียน และนักเรียนหลายๆ คนก็ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย อย่างเพื่อนที่เรียนด้วยกัน ทำงานประจำและเรียนเต็มเวลาเช่นกัน แทบจะไม่มีวันหยุด แต่ทุกคนคืออดทนสู้กันมากค่ะ บางเคสอุ้มท้องมาเรียนจนคลอด บางเคสก็เลิกงานแล้วมาเรียน สังคมการเรียนในอเมริกายอมรับว่าทุกคนขยันกันมากๆ ค่ะ เพื่อนอนาคตของตัวเอง ดิฉันมีเพื่อนที่เรียนด้วยกัน เค้าทำงานประจำในธนาคารเลือด ชั่วโมงละ $16 เพื่อนกลับเข้ามาเรียนอีก เรียนจบ occupational therapy assistant ได้ค่าจ้างชั่วโมงละ $40 ซึ่งมันก็ถือว่าเป็นความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่เป็นแรงผลักดันให้หลายๆ คน ได้ตัดสินใจกลับเข้าเรียนอีกครั้ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *